รัฐบาลจัดงานแน่น! เฉลิมฉลองในหลวงครองราชย์ 70 ปี

 

640_bfahe8cdcd6dbkcda88f5

รัฐบาลจัดเตรียมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน กิจกรรมแน่น โครงการบรรพชาอุปสมบท 770 รูป “ปลูกไทย…ในแบบพ่อ” ปลูกจิตสำนึกและปูรากฐานให้เยาวชนมีความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า นายกฯ ได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ทั้ง 3 คณะ ที่ได้มีการบูรณาการการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ตามแนวทางประชารัฐ และนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการทั้ง 3 คณะ ดังนี้

(1.) คณะกรรมการฝ่ายพิธีการเฉลิมพระเกียรติฯ มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพบูรณาการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ยุทธศาสตร์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ และภาพลักษณ์ของประเทศไทย สำหรับชื่อการจัดงาน กำหนดเขตการจัดงาน และตราสัญลักษณ์การจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี นั้น สำนักราชเลขาธิการได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ในโอกาสนี้ จึงขอความร่วมมือจากส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมประดับธงตราสัญลักษณ์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 นอกจากนี้ ได้ดำเนินการกิจกรรมศาสนพิธีและรัฐพิธี ดังนี้

โครงการบรรพชาอุปสมบท 770 รูป เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนจากทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเฉลิมพระเกียรติฯ ผ่านการศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา โดยมีกลุ่มเป้าหมายประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ จำนวน 770 คน ระยะเวลาการอุปสมบท ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม-12 มิถุนายน 2559 ซึ่งจะหมดเขตรับสมัครภายในวันที่ 12 เมษายนนี้ โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 0-2283-4719 ด้วยการบูรณาการร่วมงานกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

การจัดสร้างถาวรวัตถุน้อมเกล้าฯ ถวาย ประกอบด้วย 1) การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าของแผ่นดิน ขณะนี้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม ในการกราบบังคมทูลเชิญทรงวางศิลาฤกษ์ และกรมศิลปากรกำลังดำเนินการจัดสร้างแบบจำลองพิพิธภัณฑ์สำหรับทอดพระเนตรพิธีวางศิลาฤกษ์ และจัดสร้างหุ่นจำลองพิพิธภัณฑ์ทำจากเงินแท้ สำหรับรัฐบาลน้อมเกล้าฯ ถวาย และ 2) เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ ซึ่งสถาบันสิริกิติ์เป็นเจ้าภาพ และได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นประธานในพิธีเปิด ในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559

โครงการ “ปลูกไทย…ในแบบพ่อ” เพื่อปลูกจิตสำนึกและปูรากฐานให้เยาวชนมีความจงรักภักดี ความกตัญญู และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมนำแนวทางที่ทรงสอน ไปเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต สร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1.การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสัญจร “บัวบาทยาตรา” ใน 5 ภาคของประเทศไทย เพื่อเผยแพร่การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านต่างๆ ใน 7 ทศวรรษ และผลแห่งความสุขของประชาชน โดยน้อมนำพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท เป็นแนวคิดหลักในการนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ โดยภาคกลาง มีพิธีเปิดงาน ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในราวเดือนกรกฎาคม 2559 ภาคใต้จัดที่จังหวัดสงขลา ภาคตะวันออกจัดที่จังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่จังหวัดสกลนคร และภาคเหนือจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และศิลปินแห่งชาติ (นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

2.การจัดทำภาพยนตร์สั้น “ค่าของแผ่นดิน Pride and Dignity of Thais” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนตั้งมั่นในคุณความดี 7 ประการ คือ ความมีน้ำใจ ความเสียสละกล้าหาญ ความเพียร ความอดทน ความรักความสามัคคี ความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ จากบุคคลต้นแบบผ่านภาพยนตร์ชุดที่สร้างขึ้นจากวิถีชีวิตจริงของบุคคลหลายสาขาอาชีพ ได้แก่ แพทย์อาสา พยาบาล ครูอาสา ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน ทั้งนี้ บทภาพยนตร์ดังกล่าวเขียนโดยศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และศิลปินด้านวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง โดยกำหนดฉายตอนแรกในเดือนพฤศจิกายน 2559 ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ

3.ละครเวที “เสียงแห่งความจงรักภักดี Sounds of Love” เพื่อให้นิสิต นักศึกษา ได้ศึกษา ค้นคว้า และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการทำละครเวที โดยคัดเลือกมหาวิทยาลัยจำนวน 9 แห่ง และมีการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการภายหลังสิ้นสุดโครงการ โดยกำหนดจัดการแสดงรอบแรงบันดาลใจ ในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 ณ โรงละครสนามเสือป่า สำนักพระราชวัง กระทรวงการต่างประเทศ และมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง

4.โครงการเยาวชนอาเซียนเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพเชิญเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน ประเทศละ 7 คน รวมประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 70 คน มาศึกษา เรียนรู้ ดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย โดยมีผู้แทนเยาวชนในแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 70 คน ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกัน และกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนตุลาคม 2559 ดำเนินการโดยกระทรวงกลาโหม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักราชเลขาธิการ และสำนักงาน กปร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(2.) คณะกรรมการฝ่ายจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ บูรณาการงานในภารกิจด้านการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงอื่นๆ ร่วมกับภาคเอกชนและประชาชน โดยมีหน้าที่กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พิจารณาอนุมัติเป็นโครงการ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ กลั่นกรองการใช้ตราสัญลักษณ์สำหรับโครงการ แล้วนำเสนอคณะกรรมการอำนวยการฯ โดยหน่วยงานที่สนใจสามารถเสนอโครงการ กิจกรรม ได้จนถึง 8 มิถุนายน 2559

(3.) คณะกรรมการบูรณาการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำตามนโยบายของรัฐบาล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559

กำหนดการจัดกิจกรรมในห้วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นห้วงเวลาการเฉลิมฉลองครองราชย์ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกำหนดพิธีเปิดกิจกรรมพร้อมกัน 4 พื้นที่ ดังนี้ พื้นที่กองทัพภาคที่ 1 อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี, พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี, พื้นที่กองทัพภาคที่ 3 อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 อำเภอวังพญา จังหวัดยะลา

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมใจกันร่วมกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *